information

จำนวนผู้เข้าชม

085599
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ผู้เข้าชมทั้งหมด
45
80
45
85217
1081
1172
85599

Your IP: 3.227.254.12
22-09-2019

สาระสำคัญของ แผนการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ

(พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔)

-------------------------------------

๑. สถานการณ์ภัยคุกคามความมั่นคง

    ๑.๑ การประเมินสถานการณ์ ประมวลจากข้อมูลสถานการณ์ความมั่นคงจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งข้อมูลจากการประชุมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริม
ความมั่นคงของชาติ (พ.ศ. ๒๕๕๖
– ๒๕๖๐) ระดับจังหวัดใน ๔ ภูมิภาค โดยมีสรุปสถานการณ์ภัยคุกคาม
ความมั่นคง ดังนี้ ๑) สถานการณ์โลก ๒) สถานการณ์ในภูมิภาค และ ๓) สถานการณ์ในประเทศ โดยแบ่งเป็น ๒ ระดับ คือ สถานการณ์ความมั่นคงในประเทศโดยรวม และสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศเชิงพื้นที่

    ๑.๒ การประเมินความเสี่ยงและแนวโน้ม เป็นการประเมินปัญหาความมั่นคงที่จะเป็นความเสี่ยงต่อการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงต่อไปในอนาคต ประกอบด้วย ๔ ประเด็น คือ ๑) ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ๒) การขาดภูมิคุ้มกันในการดำรงชีวิต ๓) การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเปลี่ยนแปลงสภาพสังคม และ ๔) การบริหารจัดการงานพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ

๒. กรอบแนวคิด ยึดแนวพระราชดำริการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และยุทธศาสตร์แนวทางดำเนินงาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ตามศาสตร์พระราชาเป็นกรอบการดำเนินงาน รวมทั้งแนวทางการพัฒนาที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) โดยมีกรอบแนวคิดการดำเนินงาน ดังนี้ ๑) การปรับกระบวนความคิด ๒) การดำเนินงานโดยยึดพื้นที่เป้าหมายเป็นหลัก ๓) การบูรณาการงานการพัฒนาและ
งานความมั่นคง
และ ๔) การมีส่วนร่วมตามแนวทางประชารัฐ

๓. วิสัยทัศน์

    “คน ชุมชน และพื้นที่เป้าหมายมีการพัฒนา มีจิตสำนึกความมั่นคง มีภูมิคุ้มกัน สามัคคีปรองดอง สามารถพัฒนาร่วมกับประเทศรอบบ้าน เพื่อความมั่นคง ปลอดภัย และประโยชน์สุขของประชาชน”

๔. วัตถุประสงค์

    ๔.๑ เพื่อน้อมนำศาสตร์พระราชาและแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่
เพื่อเสริมความมั่นคง

    ๔.๒ เพื่อพัฒนาคนและคุณภาพชีวิตของคน ชุมชน และพื้นที่เป้าหมายให้มีโครงสร้างประชากร
ที่เหมาะสม มีความเข้มแข็ง มั่นคง ปลอดภัย มีจิตสำนึกด้านความมั่นคง พึ่งตนเองได้ รวมทั้งมีภูมิคุ้มกัน
ในการดำรงชีวิตพร้อมเผชิญปัญหา ภัยคุกคาม และการเปลี่ยนแปลง

    ๔.๓ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนากับประเทศรอบบ้าน
พร้อมกับจัดระบบป้องกันเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน

    ๔.๔ เพื่อขยายผลองค์ความรู้ด้านการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคง การจัดการโดยสันติวิธี
ไปพร้อมกับการนำนวัตกรรมมาใช้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

    ๔.๕ เพื่อเสริมสร้างฐานความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาความสมดุลของระบบนิเวศ รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

    ๔.๖ เพื่อให้การบริหารจัดการแผนการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติมีการบูรณาการให้เกิดเอกภาพและประสิทธิภาพในทุกระดับ

๕. พื้นที่เป้าหมาย กำหนดพื้นที่เป้าหมายการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ คือ พื้นที่ที่มีปัญหาความมั่นคงหรือเงื่อนไขที่กระทบความมั่นคงของชาติหรือพื้นที่เฉพาะซึ่งกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจน
เพื่อการเฝ้าระวังป้องกันปัญหา ลดหรือควบคุมเงื่อนไขที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
ทั้งนี้ แผนการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงฯ (พ.ศ. ๒๕๖๑
– ๒๕๖๔) ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายไว้ ๓ ระดับ มีขอบเขตพื้นที่ทุกจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา) ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชั้นใน จังหวัดชายแดน และจังหวัดชายทะเลและเกาะแก่ง ดังนี้ ๑) พื้นที่เป้าหมาย
ที่จังหวัดประกาศ
๒) พื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ และ ๓) พื้นที่เป้าหมายอื่นๆ

 

๖. เป้าหมายการดำเนินงาน

    ๖.๑ การน้อมนำศาสตร์พระราชาและแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการพัฒนาเพื่อเสริม
ความมั่นคง

    ๖.๒ การมีจิตสำนึกและภูมิคุ้มกันด้านความมั่นคง ได้รับการพัฒนาความเป็นอยู่ให้พออยู่พอกิน
มีโอกาสในการเข้าถึงบริการพื้นฐานและองค์ความรู้ต่างๆ ในการดำเนินชีวิต

    ๖.๓ พื้นที่ชายแดน ชายฝั่งทะเล เกาะแก่ง และพื้นที่สูง มีการจัดระบบการป้องกันและพัฒนา
เพื่อจัดระเบียบในลักษณะการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่

    ๖.๔ การมีองค์ความรู้และความเข้าใจด้านการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคง สามารถ
นำนวัตกรรมมาใช้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งสามารถใช้แนวทางสันติวิธี กระบวนการยุติธรรมชุมชน มาจัดการความขัดแย้งได้

    ๖.๕ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตามแนวพระราชดำริ พร้อมไปกับการกำหนดเขตพื้นที่อนุรักษ์อย่างชัดเจน รวมทั้งมีการป้องกันรักษาการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล

    ๖.๖ จังหวัดชายแดนไทยกับจังหวัดชายแดนประเทศรอบบ้าน ทั้งในระดับชุมชน ท้องถิ่น
มีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่เข้มแข็ง ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

    ๖.๗ การบริหารจัดการดำเนินงานพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติมีเอกภาพและประสิทธิภาพ

๗. ประเด็นยุทธศาสตร์ มี ๘ ข้อ ดังนี้ ๑) ยุทธศาสตร์การสืบสานเรียนรู้และขยายผลพัฒนา
ด้วยศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ๒) ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างศักยภาพและภูมิคุ้มกันของคน ชุมชน และพื้นที่เป้าหมาย ๓) ยุทธศาสตร์การพัฒนาและป้องกันเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน พื้นที่ชายฝั่งทะเลเกาะแก่ง และชุมชนพื้นที่สูง ๔) ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์ความรู้การพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคง
๕) ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความมั่นคงด้วยมิติวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการจัดการโดยสันติวิธี
๖) ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างฐานความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อความสมดุลมั่นคง
๗) ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและการพัฒนากับประเทศรอบบ้าน และ
๘) ยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ

๘. แนวทางการขับเคลื่อนแผนฯ สู่การปฏิบัติ มุ่งเน้นการบริหารจัดการภายใต้ระเบียบ
สำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้มีเอกภาพและ
มีประสิทธิภาพในทุกระดับ และผลักดันให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนำแผนฯ และกลยุทธ์แปลงสู่การปฏิบัติ
โดยกำหนดให้มีหน่วยงานประสานหลักและหน่วยงานดำเนินการ เพื่อบูรณาการและประสานการจัดทำ แผนงาน/โครงการ ให้มีความสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ รวมทั้งกำหนดให้มีกลไกประสานและติดตามประเมินผลเพื่อวัดผลสำเร็จ

๙. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ มี ๔ ข้อ ดังนี้๑) การให้ความสำคัญของรัฐบาลอย่างชัดเจน ๒) การมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงที่ชัดเจนตรงกัน ๓) การมีเครือข่ายดำเนินการตามแผนฯ และ ๔) การขับเคลื่อนแผนฯ ด้วยตัวชี้วัดร่วมกัน

-------------------------------------

สำนักยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมและการป้องกันประเทศ

๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๑